เพิ่มวิวยูทูปได้ด้วยตัวเอง ถ้าเข้าใจสิ่งนี้

https://www.youtube.com/embed/f-_OlfVH3D0?feature=oembed&autoplay=1

“ยอดวิวของ Youtube มาจากไหน แล้วเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยเพิ่มยอดวิวให้กับวิดีโอในช่องของเราได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องลงทุน” ผมคิดว่านี่คือคำถามที่พี่น้องหลายคนอยากจะรู้ รวมทั้งตัวของผมเองด้วย ผมจึงพยายามค้นคว้าด้วยการดูสถิติของช่องเสกสรร ปั้น Youtube ที่ทำมานานกว่า 12 ปี รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากการอบรมในงาน Thailand Creator Camp 2021 มาสรุปให้ทุกท่านในบทความนี้

แหล่งที่มาของยอดวิว Youtube หลักๆมาจาก 2 แหล่ง คือ การที่คนพิมพ์ค้นหาแล้วเจอวิดีโอของเรา และการที่ระบบแนะนำวิดีโอของเราให้กับคนดู

1. คนพิมพ์ค้นหาแล้วเจอวิดีโอของเรา จะมีปัจจัยหลักอยู่ 3 อย่าง คือ

    • การตั้งชื่อวิดีโอหรือ Title เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ถ้าเราอยากให้คนดูพิมพ์ค้นหาด้วยคำว่าอะไร แล้วมีโอกาสมาเจอคลิปเรา ในชื่อวิดีโอจะต้องมีคำๆนั้น เช่น เราทำวิดีโอเกี่ยวกับสอนทำซาลาเปา ในชื่อวิดีโอของเราจะต้องมีคำว่าซาลาเปาด้วย ซึ่งพี่น้องสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคลิปนี้ครับ ระวัง! ยอดวิวไม่ขึ้น ถ้าตั้งชื่อคลิป youtube แบบนี้
    • คำอธิบายใต้วิดีโอหรือ Description เป็นปัจจัยรองลงมา หลักการ คือ ให้เราสรุปเนื้อหาในวิดีโอลงไปในนี้ เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนค้นหาเจอคลิปเราในคีย์เวิร์ดอื่นๆที่ใกล้เคียงกัน เช่น เราพิมพ์บรรยายขั้นตอนการทำซาลาเปา โดยบอกว่า วิธีการทำซาลาเปาไส้ถั่วดำ ถ้าคนดูพิมพ์ค้นหาใน Google หรือ Youtube ด้วยคำว่า ซาลาเปาไส้ถั่วดำ ก็มีโอกาสที่จะเจอคลิปของเรา
    • Tag เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป เรามักจะใส่คำที่มักสะกดผิด ซึ่งเกิดจากคำที่ทับศัพท์มาจากต่างประเทศ ทำให้สะกดได้หลายแบบ หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ถ้าเราทำเนื้อหาเกี่ยวกับการทำไอติมกะทิ Tag ของเราจะเป็นคำว่า ไอศกรีมกะทิ, ไอศครีมกะทิ, ไอติมกะทิโบราณ ซึ่งพี่น้องสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากวิดีโอนี้ ทำวิดีโอติดหน้าแรก Youtube ด้วยหลักสะกดคำผิด

2. ระบบแนะนำวิดีโอของเราให้กับคนดู หรือที่เรียกว่าวิดีโอแนะนำ จะมีอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ ในหน้าแอปหรือเว็บไซต์ Youtube และวิดีโอแนะนำที่อยู่ทางด้านข้างวิดีโอที่เรากำลังดูอยู่

การที่ระบบจะแนะนำวิดีโอของเราให้กับคนดู ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ ประวัติการเข้าชมของคนดู ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

1. ประวัติการเข้าชมของคนดู มีรายละเอียดอีก 3 ข้อ

  • เราเคยดูเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร เช่น เราเคยดูเนื้อหาเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ทางระบบก็มีโอกาสแนะนำเนื้อหาออกกำลังกายมาให้กับเรา
  • คนที่ดูเหมือนเรา เขาดูเนื้อหาอะไรต่อไป ทางระบบจะรวบรวมสถิติทั้งหมดของคนที่เคยดูคลิปนี้ แล้วเขาไปดูคลิปอะไรต่อไป เช่น ถ้าผมเปิดฟังเพลงร้องไห้กับฉันของพี่เสือ ธนพล ระบบจะเอาสถิติที่ได้รวบรวมมา และแนะนำรวมเพลงรุ่นใหญ่มาให้
  • เราดูช่องไหนนานๆ ระบบจะมีโอกาสแนะนำวิดีโอของช่องนั้นๆมาให้เราดูต่อ ปกติผมชอบฟังธรรมมะจากช่องของพระไพศาล วิสาโล ส่วนใหญ่จะฟังจนจบประมาณ 20 นาที ระบบก็จะแนะนำวิดีโอของพระไพศาลมาให้ดูอยู่เสมอ

ส่วนตัวผมคิดว่า ทั้ง 3 ข้อนี้ สิ่งที่เราควบคุมได้มีอยู่ข้อเดียว คือ การที่เราดูช่องไหนนานๆ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เราทำลงไป มันมีประโยชน์กับคนดูหรือเปล่า คนดูดูรู้เรื่องไหม และดูแล้วมีอารมณ์ร่วมไปกับวิดีโอหรือเปล่า เช่น สนุก มันส์ ซึ้ง ได้กำลังใจ

2. ปัจจัยภายใน มีรายละเอียดอีก 3 ข้อเช่นเดียวกัน

  • ค่า CTR (Click through rate) เมื่อเราอัปโหลดวิดีโอขึ้น Youtube ระบบจะทดลองนำวิดีโอของเราไปแสดงตามที่ต่างๆในแอปหรือเว็บไซต์ Youtube เมื่อคนดูเห็นวิดีโอของเราแล้วเกิดการคลิกดู ก็จะส่งผลให้ค่า CTR สูง ทำให้ระบบมีโอกาสแนะนำวิดีโอของเราต่อไปอีก ในทางกลับกัน ถ้าคนดูเห็นคลิปเราแล้วไม่คลิกดู จะส่งผลให้ค่า CTR ต่ำ ระบบก็จะแนะนำคลิปของเราให้กับคนดูน้อยลง ส่งผลให้ยอดวิวจะลดน้อยลง

    คนจะคลิกดูวิดีโอของเราหรือเปล่าขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน คือ หน้าปกวิดีโอจะต้องออกแบบมาให้สวยงาม สะดุดตา และชื่อวิดีโอจะต้องตั้งออกมาแล้วชวนให้คนอยากคลิกดู
  • ค่า Watch time และ Audience retention คือ ค่าที่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการดูวิดีโอ ถ้ามีคนดูวิดีโอของเรานานๆ ค่า Watch time ก็จะยิ่งมาก และถ้าคนดูได้ดูวิดีโอของเราด้วยระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะปิดคลิปทิ้งไป ซึ่งผมขอเรียกว่าดูยาว ค่า Audience retention ก็จะมาก ทั้ง 2 ค่านี้ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะระบบจะมองว่าวิดีโอของเรามีคุณภาพ ส่งผลให้ระบบจะแนะนำวิดีโอของเราให้กับคนดูมากยิ่งขึ้น เราสามารถดูสถิติทั้ง 2 ค่านี้ผ่านทางแอป Youtube studio หรือทางหลังบ้านของ Youtube คือ studio.youtube.com
  • การมีปฏิสัมพันธ์จากคนดู คือ การที่คนดูได้มีการคอมเมนต์, กด Like หรือ Dislike หรือการแชร์คลิปวิดีโอของเรา ยิ่งมีการกระทำมากๆจะยิ่งดี เพราะระบบจะมองว่าวิดีโอของเรามีคุณภาพ ส่งผลให้มีการแนะนำวิดีโอของเรามากยิ่งขึ้น หลายท่านอาจเป็นห่วงว่าถ้ามีการกด Dislike มากๆจะส่งผลอะไรไหม จากที่ผมได้ศึกษามา การมี Dislike เยอะๆ ไม่ได้ทำให้ระบบแนะนำคลิปของเราน้อยลง มันขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งหมดที่ได้พูดถึงมากกว่า

3. ปัจจัยภายนอก เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ มีอยู่ 3 ข้อ คือ

  • คู่แข่ง เป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลกทุนนิยม ถ้าอะไรที่สามารถสร้างรายได้ ก็จะมีคนสนใจเข้ามาทำ ในตอนนี้มีทั้งดารา นักแสดง นักร้อง เซเลบ เข้ามาเปิดช่อง Youtube กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามีแต้มต่อสูง เพราะมีคนรู้จักเยอะ โอกาสที่ช่องจะมีคนติดตามเยอะๆ ก็จะง่ายกว่าคนธรรมดาอย่างผมหรือพี่น้องยูทูปเบอร์ท่านอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีช่อง Youtube ที่ทำเนื้อหาเดียวกับเราอีกจำนวนมาก หลายช่องมีคนติดตามหลักแสน ความเห็นส่วนตัวของผม คือ เราทุกคนต่างมีความรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ขอเพียงให้เราเอามาถ่ายทอดตามสไตล์ของตัวเอง มันจะสร้างความแตกต่างขึ้นมา โดยพยายามคิดเสมอว่าคนดูจะได้อะไรจากการดูคลิปของเรา คนธรรมดาอย่างพวกเราก็มีโอกาสสำเร็จได้เช่นเดียวกัน
  • กระแสนิยม ถ้าเราทำคลิปตามกระแสนิยมในขณะนั้น เราก็มีโอกาสได้ยอดวิวสูง ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องมือของ Google ที่เรียกว่า Google Trends ในการสำรวจดูว่า ณ ตอนนี้ คนสนใจเกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่น ถ้าผมมีความรู้เรื่องการปลูกต้นไม้มงคล ระหว่างพลูด่างกับเฟิร์นข้าหลวง ผมจะทำคลิปอะไรก่อนดี เราก็เข้าไปที่ https://trends.google.co.th/ เพื่อสำรวจดูความสนใจ เราจะเห็นว่าตอนนี้มีคนสนใจพลูด่างมากกว่า เพราะฉะนั้นเราควรทำคลิปพลูด่างก่อนเรื่องที่ผมเป็นห่วงและอยากฝากไว้ คือ เราควรจะโฟกัสทำวิดีโอในสิ่งที่เรามีความรู้และประสบการณ์ มากกว่าการองกับกระแสเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าช่องแนวกระแสมันอาจจะโตไว แต่มันจะต่อยอดสร้างรายได้ได้ยากกว่า มันต้องพึ่งรายได้จากโฆษณาใน Youtube เพียงอย่างเดียว ซึ่งมันไม่มีความยั่งยืน
  • เทศกาลประจำปี เราควรวางแผนล่วงหน้าในการทำวิดีโอสำหรับเทศกาลต่างๆ โดยลงคลิปก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะเราจะได้มีเวลาโปรโมท ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสได้ยอดวิวเพิ่มมากขึ้น ผมอยากให้เราตั้งใจทำคลิปเต็มที่ เพราะคลิปประเภทนี้จะช่วยเพิ่มยอดวิวให้กับเราได้ทุกปี เมือ่เทศกาลนั้นมาถึง เช่น ในสมัยที่ผมทำงานเป็นครู ผมได้เคยทำคลิปเกี่ยวกับการแสดงละครเรื่องพระอภัยมณี ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี คลิปนี้จะมีรายได้และยอดวิวเพิ่มมากขึ้น เพราะวันที่ 26 มิถุนายนเป็นวันสุนทรภู่นั่นเอง

สรุปทั้งหมดก็คือ ถ้าเราอยากได้ยอดวิวและคนติดตามมากๆ เราจะต้องทำเนื้อหาออกมาให้ดี เหมือนกับคำพูดที่หลายคนเคยได้ยินมาว่า “Content is King” ซึ่งทำให้คนดูวิดีโอนาน ค่า Watch time และ Audience retention ก็จะมากขึ้น และอย่าลืมออกแบบหน้าปกให้สวยงาม พร้อมทั้งตั้งชื่อวิดีโอให้คนอยากคลิกดู พี่น้องท่านไหนลองทำแล้วได้ผลอย่างไร หรือมีคำถามอะไร สามารถมาพูดคุยกันได้ครับที่ไลน์ @sekyoutube ลงมือเฮ็ด เสกสรร ปั้น Youtube

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น